ตารางส่วนสูงและน้ำหนักมาตรฐาน WHO คือเครื่องมืออ้างอิงที่กรมอนามัยและองค์การอนามัยโลกใช้ประเมินพัฒนาการทางกายภาพของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 ปี อิงจาก WHO Child Growth Standards (2006) สำหรับ 0–5 ปี และ WHO Growth Reference (2007) สำหรับ 5–18 ปี
ค่าอ้างอิงแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ค่า -2SD (ต่ำกว่าเกณฑ์), ค่ากลาง (TB) และค่า +2SD (สูงกว่าเกณฑ์) สำหรับเด็กชายและเด็กหญิงแยกจากกัน เนื่องจากรูปแบบการเจริญเติบโตของทั้งสองเพศแตกต่างกันชัดเจนตั้งแต่อายุ 9–10 ปี
บทความนี้รวบรวมตารางเกณฑ์ครบทุกช่วงอายุ พร้อมวิธีอ่านค่า -2SD/+2SD และวิธีวัดที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ปกครองติดตามพัฒนาการลูกได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยมัธยมปลาย
เกณฑ์ส่วนสูงและน้ำหนักมาตรฐาน WHO คืออะไร
เกณฑ์ WHO (WHO Child Growth Standards) คือค่าอ้างอิงพัฒนาการทางกายภาพที่องค์การอนามัยโลกพัฒนาจากการศึกษาเด็กสุขภาพดีใน 6 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเด็กอายุ 0–5 ปี (WHO CGS 2006) และ 5–19 ปี (WHO Growth Reference 2007) ค่าอ้างอิงนี้แบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก:
- -2SD — ขีดต่ำสุดของช่วงปกติ เด็กที่ต่ำกว่า -2SD ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
- ค่ากลาง (TB) — ค่ามัธยฐานของเด็กสุขภาพดีในช่วงอายุเดียวกัน
- +2SD — ขีดสูงสุดของช่วงปกติ เด็กที่สูงกว่า +2SD ไม่ถือว่าผิดปกติ แต่ควรติดตามต่อเนื่อง
เด็กที่มีส่วนสูงหรือน้ำหนักอยู่ระหว่าง -2SD ถึง +2SD ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ การเปรียบเทียบควรทำกับตารางตามเพศของเด็ก ไม่ใช่ตารางรวม เพราะรูปแบบการเจริญเติบโตของเด็กชายและเด็กหญิงแตกต่างกันเริ่มตั้งแต่อายุ 9–10 ปี และชัดเจนมากขึ้นในช่วงวัยรุ่น

การติดตามส่วนสูงและน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอทุก 3–6 เดือนช่วยให้เห็นแนวโน้มพัฒนาการได้ชัดกว่าการวัดครั้งเดียว หากส่วนสูงหรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลงข้ามเปอร์เซนไทล์มากกว่า 2 ระดับในระยะสั้น ควรปรึกษากุมารแพทย์
ตารางด้านล่างแยกข้อมูลตามเพศและช่วงอายุ ให้ผู้ปกครองเปิดเฉพาะตารางที่ตรงกับลูกได้ทันที
ตารางส่วนสูงและน้ำหนักเด็กชาย อายุ 0–18 ปี
ตารางเด็กชายด้านล่างอ้างอิงจาก WHO Child Growth Standards (2006) สำหรับอายุ 0–5 ปี และ WHO Growth Reference (2007) สำหรับอายุ 5–18 ปี ค่าทั้งหมดอิงจากเด็กชายสุขภาพดีที่ได้รับโภชนาการครบถ้วนและไม่มีโรคประจำตัวที่กระทบการเจริญเติบโต
เด็กชาย อายุ 0–2 ปี
| อายุ | ส่วนสูง -2SD (ซม.) | ส่วนสูง ค่ากลาง (ซม.) | ส่วนสูง +2SD (ซม.) | น้ำหนัก -2SD (กก.) | น้ำหนัก ค่ากลาง (กก.) | น้ำหนัก +2SD (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แรกเกิด | 46.1 | 49.9 | 53.7 | 2.5 | 3.3 | 4.4 |
| 3 เดือน | 56.4 | 61.4 | 66.4 | 4.4 | 6.0 | 8.0 |
| 6 เดือน | 61.2 | 67.6 | 74.0 | 5.7 | 7.9 | 10.4 |
| 9 เดือน | 65.1 | 72.0 | 78.9 | 6.6 | 9.2 | 12.3 |
| 12 เดือน | 67.7 | 75.7 | 83.2 | 6.9 | 9.6 | 13.3 |
| 18 เดือน | 73.4 | 82.3 | 91.2 | 8.1 | 11.0 | 15.0 |
| 24 เดือน | 78.4 | 87.8 | 97.3 | 9.0 | 12.2 | 16.9 |
ช่วง 0–2 ปี คือระยะที่เด็กชายเจริญเติบโตเร็วที่สุดในชีวิต ส่วนสูงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25 ซม.ในปีแรก และ 12 ซม.ในปีที่สอง น้ำหนักแรกเกิดปกติจะเพิ่มเป็น 2 เท่าภายใน 4–5 เดือน และ 3 เท่าเมื่ออายุ 1 ขวบ
ตารางส่วนสูงและน้ำหนักเด็กชาย อายุ 0–18 ปี
เด็กชาย อายุ 2–10 ปี
| อายุ (ปี) | ส่วนสูง -2SD (ซม.) | ส่วนสูง ค่ากลาง (ซม.) | ส่วนสูง +2SD (ซม.) | น้ำหนัก -2SD (กก.) | น้ำหนัก ค่ากลาง (กก.) | น้ำหนัก +2SD (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2.5 | 82.4 | 91.2 | 100.0 | 10.1 | 13.0 | 17.5 |
| 3 | 87.4 | 96.1 | 102.7 | 10.8 | 14.3 | 18.1 |
| 4 | 94.1 | 103.3 | 112.5 | 12.1 | 16.3 | 22.0 |
| 5 | 99.9 | 110.0 | 120.2 | 13.7 | 18.3 | 24.9 |
| 6 | 104.9 | 116.0 | 125.4 | 15.3 | 20.5 | 27.8 |
| 7 | 109.7 | 121.7 | 133.7 | 17.0 | 22.9 | 31.7 |
| 8 | 114.0 | 127.3 | 140.7 | 19.0 | 25.6 | 35.9 |
| 9 | 118.2 | 132.6 | 147.1 | 21.0 | 28.6 | 40.5 |
| 10 | 122.1 | 137.8 | 151.4 | 23.3 | 31.9 | 46.9 |
ช่วง 2–10 ปี การเจริญเติบโตช้าลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยส่วนสูงเพิ่ม 5–6 ซม.ต่อปี และน้ำหนักเพิ่ม 2–3 กก.ต่อปี ผู้ปกครองที่สังเกตเห็นว่าลูกชายไม่เพิ่มส่วนสูงเกิน 4 ซม.ต่อปีในช่วงอายุ 3–8 ปี ควรปรึกษากุมารแพทย์
เด็กชาย อายุ 10–18 ปี
| อายุ (ปี) | ส่วนสูง -2SD (ซม.) | ส่วนสูง ค่ากลาง (ซม.) | ส่วนสูง +2SD (ซม.) | น้ำหนัก -2SD (กก.) | น้ำหนัก ค่ากลาง (กก.) | น้ำหนัก +2SD (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 10 | 126.8 | 137.8 | 151.4 | 23.3 | 31.9 | 46.9 |
| 11 | 126.9 | 143.0 | 157.7 | 28.0 | 36.9 | 53.5 |
| 12 | 130.9 | 149.1 | 164.9 | 28.2 | 40.3 | 58.7 |
| 13 | 135.2 | 154.5 | 172.7 | 31.9 | 46.8 | 67.5 |
| 14 | 140.0 | 160.0 | 178.7 | 37.0 | 51.1 | 70.3 |
| 15 | 148.0 | 163.8 | 175.4 | 44.0 | 56.7 | 65.5 |
| 16 | 151.6 | 167.0 | 178.6 | 45.9 | 59.6 | 74.3 |
| 17 | 153.5 | 169.0 | 180.6 | 47.2 | 62.0 | 76.8 |
| 18 | 149.8 | 170.6 | 176.3 | 48.0 | 64.0 | 70.1 |
ช่วงวัยรุ่นชาย (12–15 ปี) เป็นช่วงที่ส่วนสูงเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดอีกครั้ง เฉลี่ย 7–10 ซม.ต่อปีในปีที่เร่งตัว เด็กชายส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นระหว่างอายุ 12–14 ปี ช้ากว่าเด็กหญิงประมาณ 2 ปี
ตารางส่วนสูงและน้ำหนักเด็กหญิง อายุ 0–18 ปี
ตารางเด็กหญิงด้านล่างอ้างอิงจากแหล่งเดียวกันกับตารางเด็กชาย ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ช่วงวัยรุ่น (อายุ 9–15 ปี) ซึ่งเด็กหญิงมักเข้าสู่ช่วงเร่งตัวก่อนเด็กชาย 2–3 ปี
เด็กหญิง อายุ 0–2 ปี
| อายุ | ส่วนสูง -2SD (ซม.) | ส่วนสูง ค่ากลาง (ซม.) | ส่วนสูง +2SD (ซม.) | น้ำหนัก -2SD (กก.) | น้ำหนัก ค่ากลาง (กก.) | น้ำหนัก +2SD (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แรกเกิด | 45.4 | 49.1 | 52.9 | 2.4 | 3.2 | 4.2 |
| 3 เดือน | 54.4 | 59.8 | 65.3 | 4.0 | 5.4 | 7.5 |
| 6 เดือน | 59.0 | 65.7 | 72.5 | 5.1 | 7.3 | 10.1 |
| 9 เดือน | 62.9 | 70.1 | 77.3 | 5.8 | 8.2 | 11.2 |
| 12 เดือน | 66.3 | 74.0 | 81.7 | 6.9 | 9.6 | 13.1 |
| 18 เดือน | 71.4 | 80.7 | 90.0 | 7.8 | 10.8 | 14.9 |
| 24 เดือน | 76.0 | 86.4 | 96.8 | 8.7 | 12.0 | 16.8 |
เด็กหญิง 0–2 ปี มีค่ากลางส่วนสูงต่ำกว่าเด็กชายประมาณ 0.5–1 ซม. และน้ำหนักน้อยกว่าประมาณ 0.1–0.5 กก. ในช่วงอายุเดียวกัน ซึ่งเป็นลักษณะปกติตามมาตรฐาน WHO
เด็กหญิง อายุ 2–10 ปี
| อายุ (ปี) | ส่วนสูง -2SD (ซม.) | ส่วนสูง ค่ากลาง (ซม.) | ส่วนสูง +2SD (ซม.) | น้ำหนัก -2SD (กก.) | น้ำหนัก ค่ากลาง (กก.) | น้ำหนัก +2SD (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2.5 | 81.7 | 90.7 | 99.7 | 9.8 | 12.7 | 17.1 |
| 3 | 86.3 | 95.1 | 103.9 | 10.3 | 13.9 | 18.9 |
| 4 | 92.9 | 102.7 | 112.5 | 11.6 | 16.1 | 22.5 |
| 5 | 98.7 | 109.4 | 120.1 | 13.0 | 18.2 | 25.8 |
| 6 | 103.9 | 115.5 | 127.2 | 14.4 | 20.7 | 30.0 |
| 7 | 108.5 | 121.1 | 133.7 | 16.0 | 23.3 | 34.5 |
| 8 | 113.1 | 127.0 | 140.9 | 17.9 | 26.4 | 40.0 |
| 9 | 117.5 | 132.5 | 147.5 | 20.0 | 29.7 | 45.9 |
| 10 | 121.9 | 138.0 | 154.1 | 22.4 | 33.5 | 52.5 |
เด็กหญิงอายุ 9–10 ปี อาจเริ่มแสดงสัญญาณช่วงวัยรุ่นก่อนวัยชาย ทำให้ส่วนสูงและน้ำหนักในตารางช่วงอายุนี้มีค่า +2SD สูงกว่าเด็กชายวัยเดียวกัน
เด็กหญิง อายุ 10–18 ปี
| อายุ (ปี) | ส่วนสูง -2SD (ซม.) | ส่วนสูง ค่ากลาง (ซม.) | ส่วนสูง +2SD (ซม.) | น้ำหนัก -2SD (กก.) | น้ำหนัก ค่ากลาง (กก.) | น้ำหนัก +2SD (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 10 | 121.9 | 138.0 | 154.1 | 22.4 | 33.5 | 52.5 |
| 11 | 126.4 | 143.5 | 160.7 | 25.7 | 38.7 | 60.0 |
| 12 | 131.4 | 149.3 | 165.6 | 29.0 | 44.5 | 67.5 |
| 13 | 136.0 | 154.0 | 169.7 | 33.0 | 50.2 | 73.2 |
| 14 | 139.9 | 157.0 | 172.0 | 37.8 | 54.5 | 76.0 |
| 15 | 142.4 | 158.9 | 173.5 | 41.3 | 57.1 | 76.0 |
| 16 | 143.8 | 160.0 | 174.2 | 43.0 | 58.5 | 76.5 |
| 17 | 144.3 | 160.6 | 174.7 | 43.9 | 59.4 | 77.3 |
| 18 | 144.2 | 160.8 | 175.2 | 44.0 | 60.0 | 78.0 |
เด็กหญิงอายุ 15–18 ปี ส่วนสูงมักหยุดเพิ่มขึ้นชัดเจนหลังประจำเดือนครั้งแรก ซึ่งโดยเฉลี่ยมักเกิดในช่วงอายุ 12–13 ปีของเด็กหญิงไทย
สรุปภาพรวม: ความแตกต่างพัฒนาการชาย-หญิง
ตารางทั้งสองชุดด้านบนแสดงให้เห็นความแตกต่างสำคัญ 3 ประการระหว่างการเจริญเติบโตของเด็กชายและเด็กหญิง:
- ช่วง 0–9 ปี — เด็กชายมีส่วนสูงและน้ำหนักค่ากลางสูงกว่าเด็กหญิงเล็กน้อยในทุกช่วงอายุ
- ช่วง 10–13 ปี — เด็กหญิงเข้าสู่ช่วงเร่งตัว (Growth Spurt) ก่อน ทำให้ค่ากลางสูงกว่าเด็กชายชั่วคราว
- ช่วง 15–18 ปี — เด็กชายแซงและมีส่วนสูงค่ากลางสูงกว่าเด็กหญิงอย่างชัดเจน
โดยทั่วไปแล้วในช่วงวัยรุ่น เด็กผู้หญิงจะสูงกว่าเด็กผู้ชาย เนื่องจากเด็กผู้หญิงมักเริ่มผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเร็วกว่าเด็กผู้ชายประมาณ 2-3 ปี
ผู้ปกครองที่สังเกตเห็นว่าลูกสาวสูงกว่าเพื่อนชายวัยเดียวกันในช่วง อายุ 11–13 ปี ไม่ต้องกังวล — นั่นคือรูปแบบปกติตามตาราง WHO ไม่ใช่สัญญาณผิดปกติ การเปรียบเทียบที่ถูกต้องควรใช้ตารางตามเพศของลูกเสมอ และติดตามแนวโน้มในระยะ 6 เดือนขึ้นไป ไม่ใช่ค่าวัดครั้งเดียว
วิธีอ่านค่า -2SD, ค่ากลาง และ +2SD ในตาราง WHO
ค่า SD (Standard Deviation) ในตาราง WHO บอกว่าลูกอยู่ในตำแหน่งใดเมื่อเทียบกับเด็กสุขภาพดีทั้งหมดในช่วงอายุเดียวกัน ไม่ใช่การจัดอันดับหรือการให้คะแนน
ตัวอย่างด้านล่างแสดงวิธีอ่านค่าสำหรับเด็กชายอายุ 6 ปี:
| ค่าที่วัดได้ | ความหมาย | การตีความ |
|---|---|---|
| ส่วนสูง < 104.9 ซม. | ต่ำกว่า -2SD | ควรปรึกษากุมารแพทย์ |
| ส่วนสูง 104.9–125.4 ซม. | อยู่ใน -2SD ถึง +2SD | อยู่ในเกณฑ์ปกติ |
| ส่วนสูง > 125.4 ซม. | สูงกว่า +2SD | ปกติ แต่ควรติดตาม |
| น้ำหนัก < 15.3 กก. | ต่ำกว่า -2SD | ควรประเมินโภชนาการ |
| น้ำหนัก 15.3–27.8 กก. | อยู่ในเกณฑ์ปกติ | ปกติ |
| น้ำหนัก > 27.8 กก. | สูงกว่า +2SD | ประเมินภาวะน้ำหนักเกิน |
สิ่งที่สำคัญกว่าค่าวัดครั้งเดียวคือ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตามเวลา เด็กที่อยู่ที่ -1SD อย่างสม่ำเสมอและเส้นพัฒนาการขนานกับเส้นมาตรฐาน WHO ถือว่ามีพัฒนาการปกติ ต่างจากเด็กที่เคยอยู่ที่ค่ากลางแล้วลดลงข้าม -2SD ซึ่งต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว
กระบวนการเจริญเติบโตของเด็กในแต่ละช่วงวัย
การเจริญเติบโตทางกายภาพของเด็กเกิดจากปัจจัยหลายส่วนทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว องค์การอนามัยโลกระบุปัจจัยหลัก 4 ประการที่ส่งผลต่อเกณฑ์พัฒนาการ:
- พันธุกรรม — กำหนดกรอบศักยภาพสูงสุดของการเจริญเติบโตในแต่ละบุคคล
- โภชนาการที่ครบถ้วน — แคลเซียม โปรตีน และวิตามินสำคัญเป็นวัตถุดิบโดยตรงของการสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอ — กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ตามธรรมชาติ
- การพักผ่อนเพียงพอ — Growth Hormone ถูกหลั่งสูงสุดในช่วง Non-REM Sleep คืนแรกของการนอนหลับลึก
ช่วงอายุ 0–2 ปี คือระยะ First 1,000 Days ที่การเจริญเติบโตเร็วที่สุดและอ่อนไหวต่อโภชนาการมากที่สุด การขาดสารอาหารในช่วงนี้ส่งผลระยะยาวต่อพัฒนาการที่ตามแก้ได้ยากกว่าช่วงอื่น
ช่วงอายุ 2–10 ปี การเจริญเติบโตสม่ำเสมอ 5–6 ซม.ต่อปี เป็นช่วงที่นิสัยการกินและการออกกำลังกายหล่อหลอมรูปแบบพัฒนาการระยะยาว
ช่วงวัยรุ่น (เด็กหญิง 9–15 ปี / เด็กชาย 12–17 ปี) คือ Growth Spurt ครั้งที่สองของชีวิต ซึ่งส่วนสูงสามารถเพิ่มขึ้น 7–10 ซม.ต่อปีในช่วงเร่งตัวสูงสุด โภชนาการที่เพียงพอในช่วงนี้มีส่วนสนับสนุนให้พัฒนาการเป็นไปตามศักยภาพที่พันธุกรรมกำหนดไว้
เพื่อสนับสนุนโภชนาการที่ครบถ้วนในทุกช่วงวัย Unigrow Optipro ได้รับการพัฒนาสูตรที่ประกอบด้วย Nano Calcium, แคลเซียมจาก Aquamin F (สาหร่ายทะเลแดงไอร์แลนด์), ระบบ DCT (DHA + Choline + Taurine) เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัยของเด็กอายุ 6–18 ปี ผ่านการรับรองจาก Thai FDA (อย.), GMP และ HACCP — ดูข้อมูล Unigrow Optipro

วิธีวัดส่วนสูงและน้ำหนักเด็กอย่างถูกต้อง
ความแม่นยำของการวัดส่งผลโดยตรงต่อความเข้ากันได้กับแผนภูมิขององค์การอนามัยโลก (WHO)
วิธีวัดส่วนสูง
สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี วัดในท่านอนหงาย (Recumbent Length):
- วางเด็กนอนราบบนพื้นผิวแข็ง ให้หัวชิดขอบด้านหนึ่งของที่วัด
- ดึงขาเด็กให้ตรง กดเข่าเบาๆ ให้ขาราบ
- เลื่อนแผ่นกั้นด้านเท้าชิดฝ่าเท้าโดยให้เท้าตั้งฉาก
- อ่านค่าและบันทึก — วัดซ้ำ 2 ครั้งเพื่อยืนยัน ค่าต่างกันไม่เกิน 0.5 ซม.ถือว่าแม่นยำ
สำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป วัดในท่ายืน (Standing Height):
- เด็กถอดรองเท้า ยืนหลังชิดผนังหรือเสา ส้นเท้าชิดผนัง
- ศีรษะตรง มองไปข้างหน้าในระนาบ Frankfort Horizontal
- วางแผ่นกั้นแข็งทาบบนหัวในแนวตั้งฉาก
- อ่านค่าที่จุดตัดกับที่วัด
วิธีชั่งน้ำหนัก
- ใช้เครื่องชั่งดิจิทัลที่ปรับ 0 ก่อนชั่งทุกครั้ง
- ชั่งตอนเช้าหลังตื่นนอนและปัสสาวะแล้ว ก่อนรับประทานอาหาร
- เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ให้ผู้ปกครองอุ้มชั่งรวมกัน แล้วลบน้ำหนักผู้ปกครอง
- บันทึกค่าทุก 3–6 เดือนในช่วงอายุ 2–10 ปี และทุก 6 เดือนในช่วงวัยรุ่น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโภชนาการที่ช่วยสนับสนุนพัฒนาการตามวัย สามารถ ติดต่อทีมงาน Unigrow Thailand ได้โดยตรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่วนสูงและน้ำหนักเด็ก
ลูกสูงกว่าหรือต่ำกว่าค่ากลาง WHO หมายความว่าอะไร?
เด็กที่มีส่วนสูงระหว่าง -2SD และ +2SD ถือว่าอยู่ในช่วงปกติทั้งหมด ค่ากลาง (TB) เป็นเพียงค่ามัธยฐาน ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องบรรลุ เด็กที่อยู่ที่ -1SD อย่างสม่ำเสมอและเส้นพัฒนาการขนานกับเส้น WHO ถือว่ามีพัฒนาการปกติ
เด็กชาย 12 ปีส่วนสูงเท่าไรถือว่าปกติ?
สำหรับเด็กชายอายุ 12 ปี ส่วนสูงในช่วงปกติ (-2SD ถึง +2SD) อยู่ที่ 130.9–164.9 ซม. ค่ากลาง WHO อยู่ที่ประมาณ 149 ซม. เด็กที่อยู่นอกช่วงนี้ควรได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์
วัดส่วนสูงลูกทุกกี่เดือนดี?
วัดทุก 1 เดือนสำหรับเด็กอายุ 0–12 เดือน, ทุก 3 เดือนในช่วงอายุ 1–5 ปี และทุก 6 เดือนในช่วงอายุ 6–18 ปี การวัดบ่อยกว่านี้ไม่จำเป็นและอาจทำให้ผู้ปกครองกังวลมากเกินไป เพราะการเจริญเติบโตไม่ได้เป็นเส้นตรง มีระยะ “พัก” สลับกับระยะเร่งตัวตามธรรมชาติ
ถ้าส่วนสูงต่ำกว่า -2SD ต้องทำอย่างไร?
การวัดค่าได้ต่ำกว่า -2SD เพียงครั้งเดียวยังไม่สรุปได้ว่ามีปัญหา ให้วัดซ้ำหลังจาก 3 เดือน หากยังต่ำกว่า -2SD อย่างต่อเนื่องหรือเส้นพัฒนาการลดลงข้ามช่วง SD ควรพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ เช่น ภาวะขาดโภชนาการ โรคเรื้อรัง หรือปัญหาฮอร์โมน
โภชนาการมีผลต่อพัฒนาการเด็กอย่างไร?
แคลเซียมมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง โปรตีนจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และฟอสฟอรัสมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง ทั้งสามสารอาหารนี้ต้องได้รับจากอาหารหลักหรืออาหารเสริมที่เหมาะสมในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน ร่วมกับการออกกำลังกายและการพักผ่อนที่เพียงพอ
*ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ความสูงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ พันธุกรรม โภชนาการที่ครบถ้วน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อนที่เพียงพอ ควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ควรอ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: มีนมวัว (และถั่วเหลือง หากมี)




